จัดฟันใส Käse Aligner เคลื่อนฟันได้ดีเท่าจัดฟันโลหะ หรือไม่?

จัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันใส Käse Aligner เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่อยากมีฟันเรียงสวยแต่ไม่อยากใส่เหล็กจัดฟัน แต่ทว่า หลายคนก็ยังสงสัยว่าเครื่องมือจัดฟันใสแบบนี้จะเคลื่อนฟันได้ดีเท่าการจัดฟันโลหะหรือเปล่า? คำตอบคือ “เคลื่อนฟันได้ดีเช่นกัน” เพราะ Käse Aligner ออกแบบมาให้เคลื่อนฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้การจัดฟันแบบเดิมเลย

จัดฟันใส vs จัดฟันโลหะ ใช้แรงในการเคลื่อนฟันต่างกันอย่างไร?
ในการจัดฟัน แรง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟันเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ทั้งจัดฟันโลหะ และจัดฟันใส ต่างก็ใช้หลักการนี้เหมือนกัน แต่รูปแบบการออกแรงจะต่างกัน

  • จัดฟันโลหะ : ใช้แบร็กเก็ตที่ติดบนฟันแต่ละซี่ และลวดจัดฟันที่ร้อยผ่านแบร็กเก็ต ยึดด้วยยางโอริงเพื่อให้ลวดสามารถดึงฟันเข้าหากันได้ตลอดเวลา แรงที่เกิดขึ้นเป็นแรงดึงต่อเนื่องบนฟันแต่ละซี่ ดึงฟันให้เคลื่อนไปทีละน้อยตามการปรับลวดของทันตแพทย์ในแต่ละเดือน ยางดึงฟันที่ใส่เพิ่มเติมก็มีส่วนช่วยเพิ่มแรงดึงอีกด้วย 
  • จัดฟันใสKäse Aligner : ใช้ชิ้นงานจัดฟันใสที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับฟันของแต่ละคน สวมครอบลงบนฟันทั้งขากรรไกร แรงที่ใช้จะเป็นแรงผลักจากตัวชิ้นงานที่แนบกระชับกับฟัน ผลักดันฟันไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แทนที่จะเป็นแรงดึงจากลวดเหมือนการจัดฟันโลหะ นอกจากนี้Käse Aligner ยังมี ปุ่ม Attachment (PowerCompose) ที่ติดบนฟันบางซี่ตามการวางแผนของทันตแพทย์ ปุ่มเหล่านี้ช่วยเพิ่มแรงเสียดทานและใช้ควบคุมทิศทางการเคลื่อนฟันให้เหมาะสม เมื่อใส่เครื่องมือจัดฟันใสเป็นประจำ ฟันจะถูกแรงผลักนี้ขยับทีละนิดอย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งโดยปกติจะเปลี่ยนชิ้นงานจัดฟันใสทุกประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อปรับแรงใหม่ให้ฟันค่อย ๆ ขยับต่อไปเรื่อย ๆ

แล้วแรงจากเครื่องมือจัดฟันใสจะพอหรือ? ต้องบอกว่า เพียงพอแน่นอน เพราะทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างดี การจัดฟันใส Käse Aligner สามารถเคลื่อนฟันได้อย่างต่อเนื่องทุกซี่ โดยเจ็บน้อยกว่าการใช้ดึงแรง ๆ ซึ่งในท้ายที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ต่างจากจัดฟันโลหะที่ขยับฟันทีละนิดเช่นกัน แถมบางเคสจัดฟันใสยังวางแผนให้ฟันเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาที่สั้นกว่าอีกด้วย 

อีกจุดที่น่าสังเกตคือ ความต่อเนื่องของแรง การจัดฟันโลหะ หลังปรับลวดใหม่ แรงการเคลื่อนฟันจะมากแล้วค่อย ๆ ลดลง ในขณะที่การจัดฟันใสเมื่อสวมเครื่องมือไว้ตลอดทั้งวัน (20 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) แรงจะค่อนข้างคงที่และต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้ฟันเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่องกว่า ตรงนี้เองที่เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมจัดฟันใส Käse Aligner มักใช้เวลารักษาสั้นกว่าการจัดฟันโลหะ เมื่อคนไข้มีวินัยในการใส่เครื่องมือจัดฟันใสอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น นี่จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าจัดฟันใส Käse Aligner สามารถเคลื่อนฟันได้ดีไม่แพ้การจัดฟันโลหะ 

เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดฟันใส Käse Aligner ช่วยให้เคลื่อนฟันได้แม่นยำ

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้จัดฟันใส Käse Aligner เคลื่อนฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าการจัดฟันโลหะ ก็คือ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในทุกขั้นตอนการรักษา ตั้งแต่การประเมิน วางแผน ไปจนถึงการผลิตชิ้นงานจัดฟันใส 

  • การสแกนฟันระบบดิจิทัล (3D Intraoral Scan) : ทันตแพทย์จะใช้เครื่องสแกนสามมิติถ่ายภาพฟันของเราทั้งปากอย่างละเอียด ทำให้มองเห็นสภาพฟันจริงทุกซี่ ช่วยให้การวางแผนการรักษาเริ่มต้นบนข้อมูลที่ถูกต้องเป๊ะ ๆ
  • ซอฟต์แวร์ดิจิทัลออกแบบการเคลื่อนฟัน : ซอฟต์แวร์นี้ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถวางแผนการเคลื่อนฟันได้อย่างละเอียด เห็นภาพจำลองการเคลื่อนที่ของฟันแต่ละซี่ ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบการรักษา ทุกขั้นตอนถูกคำนวณและวางแผนแล้วว่าฟันจะเคลื่อนอย่างไรบ้าง ทิศทางไหน ฟันซี่ไหนควรขยับมากน้อยแค่ไหน เมื่อแผนการรักษาเสร็จสมบูรณ์ คนไข้จะได้เห็นภาพผลลัพธ์สุดท้ายก่อนเริ่มจัดฟันจริง ๆ 
  • การผลิตชุดชิ้นงานจัดฟันใสด้วยความแม่นยำสูง : เมื่อได้แผนการรักษาแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งไปผลิตเป็นชิ้นงานจัดฟันใส แต่ละชุดจะถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับแก้ปัญหาฟันของคุณในแต่ละ Step 
  • ปุ่ม Attachment : การติดปุ่ม Attachment บนฟันบางซี่ โดยตำแหน่งการติด ถูกกำหนดมาเพื่อช่วยควบคุมทิศทางและแรงในการเคลื่อนฟันไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม 

เมื่อรวมเทคโนโลยีทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน จะเห็นว่า Käse Aligner มีการวางแผนการรักษาที่แม่นยำตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้การเคลื่อนฟันมีประสิทธิภาพสูง โดยดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดโดยทันตแพทย์

จัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันใส Käse Aligner เคลื่อนฟันได้ทุกซี่ แก้เคสซับซ้อนได้ 

จัดฟันใส Käse Aligner สามารถเคลื่อนฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาได้ทั้งเคสง่ายและเคสยาก ตั้งแต่ฟันซ้อนเกเล็ก ๆ ไปจนถึงฟันยื่นมาก หรือปัญหาการสบฟันซับซ้อนต่าง ๆ โดย Käse Aligner จัดการได้ดีไม่แพ้การจัดฟันโลหะแบบเดิม หรือในบางกรณีอาจดีกว่าด้วยซ้ำไป อย่างเคสนี้ ที่เคยจัดฟันโลหะมาก่อนแต่ฟันยังไม่เรียงตัวสวย จึงเปลี่ยนมาจัดฟันใส Käse Aligner ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาให้คนไข้ได้โดยไม่ต้องถอนฟัน ภายใน 12 เดือน (จัดฟันใส Käse Aligner ปิดจบเคสจัดฟันโลหะที่ค้างคา! แก้ยิ้มเบี้ยว คืนรอยยิ้มสวยใน 12 เดือน)

Käse Aligner เคลื่อนฟันได้มีประสิทธิภาพไม่แพ้จัดฟันโลหะ

นี่คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนพอแล้วว่าจัดฟันใส Käse Aligner สามารถเคลื่อนฟันได้แม่นยำไม่แพ้การจัดฟันโลหะ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับแผนการรักษาเฉพาะบุคคล แถมยังให้ความสะดวกสบายมากกว่าด้วย หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่ทั้งเห็นผลจริง สบาย และมั่นใจได้จัดฟันใส Käse Aligner คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

จัดฟันใส Käse Aligner เคสจริง! ฟันยื่น ปากอูม จัดการให้จบได้ภายใน 2 ปี

จัดฟันใส Käse Aligner

ฟันยื่น ปากอูม แก้ไขได้ด้วย จัดฟันใส Käse Aligner หนึ่งในปัญหาฟันยอดฮิต คือ “ฟันยื่น” ส่งผลให้ “ปากอูม” จนเสียความมั่นใจเมื่อยิ้มหรือพูดคุย หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้ และกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหานี้ วันนี้ Käse Aligner ขอพาคุณไปพบกับ เคสจริงของคนไข้จัดฟันใส Käse Aligner ที่สามารถแก้ปัญหาฟันยื่น ปากอูมให้จบได้ในเวลาเพียง 2 ปี โดยไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

 

ฟันยื่นปัญหาที่มาควบคู่กับปากอูม แก้ไขได้ด้วยจัดฟันใส Käse Aligner

ฟันยื่น คือ ภาวะที่ฟันหน้าบนยื่นออกมามากกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การสบฟันผิดปกติ โครงสร้างขากรรไกร พฤติกรรมดูดนิ้วในวัยเด็ก ฟันซ้อนเกหรือไม่ได้เรียงตัวในระนาบเดียวกัน ฟันที่ยื่นออกมาจะดันริมฝีปากบนให้ยื่นตาม ส่งผลให้เกิดลักษณะ “ปากอูม” ที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจ โดยเฉพาะเวลาพูดหรือยิ้ม ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ได้หากเรารู้จักเลือกวิธีจัดฟันที่เหมาะสม อย่างจัดฟันใส Käse Aligner

 

ทำไมจัดฟันใส Käse Aligner ถึงตอบโจทย์เคสฟันยื่น ปากอูม?

หลายคนเข้าใจผิดว่า “จัดฟันใส” เหมาะกับแค่เคสง่าย ๆ หรือเคสที่ไม่ต้องถอนฟัน แต่ความจริงแล้วจัดฟันใส Käse Aligner ประยุกต์การรักษาให้รองรับทุกเคส ทั้งเคสถอนฟัน และเคสซับซ้อน อย่างฟันยื่นมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นของ Käse Aligner ที่ทำให้แก้ไขได้ทุกปัญหาการเรียงตัวของฟัน

  1. แผนการรักษาที่แม่นยำ : สแกนฟันแบบ 3D ทำให้เห็นปัญหาฟันอย่างชัดเจน บวกกับการวางแผนการรักษาโดยการใช้ซอฟต์แวร์การออกแบบฟันระบบดิจิทัลจากสหรัฐอเมริกา ทำให้เห็นภาพการเคลื่อนที่ของฟันแต่ละซี่ตั้งแต่ต้นจนจบการรักษา ควบคู่กับการวางแผนอย่างแม่นยำโดยทันตแพทย์ จึงแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกเคส

 

  1. รองรับเคสถอนฟันและแก้ฟันยื่นมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ : เคสฟันยื่นหรือปากอูมอาจจำเป็นต้องถอนฟัน เพื่อสร้างพื้นที่ในการเคลื่อนฟันให้เข้าที่ ควบคู่กับการใช้ PowerCompose หรือปุ่ม Attachment ที่ติดบนฟัน ซึ่งช่วยควบคุมแรงและทิศทางการเคลื่อนที่ของฟันไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถประยุกต์กระบวนการรักษาให้รองรับทุกระดับความยากของแต่ละเคสได้

 

  1. เจ็บน้อยกว่า ปรับตัวง่ายกว่าเยอะ : ชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner มีลักษณะใสเหมือนไม่ได้ใส่ ให้ความยืดหยุ่นแต่ทนทานสูง ใส่สบาย ไม่บาดเหงือก มาพร้อมความหนาของชิ้นงานที่แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ บาง กลาง และหนา เพื่อให้คุณปรับตัวได้ง่ายขึ้น และทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันโดยใส่ชิ้นงานจัดฟันใสได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งไม่ต้องพบทันตแพทย์ทุกเดือนเพื่อปรับเครื่องมือเหมือนกับการจัดฟันโลหะ

 

และอีกจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ การใช้ชีวิตประวันได้ตามปกติ ไม่ต้องเกร็งเวลายิ้มหรือพูดคุย เพราะเครื่องมือใสจนแทบมองไม่เห็น คนรอบข้างอาจไม่รู้เลยว่าคุณกำลังจัดฟันอยู่ ยิ้มได้อย่างมั่นใจตั้งแต่วันแรก แถมรับประทานอาหารและดูแลความสะอาดช่องปากสะดวกเหมือนเคย เพราะต้องถอดชิ้นงานจัดฟันใสออกทุกครั้ง

เคสจริง จัดฟันใส Käse Aligner แก้ฟันยื่น ปากอูม จบได้ใน 2 ปี

จัดฟันใส Käse Aligner

เคสจริงของคนไข้จัดฟันใส Käse Aligner ที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากฟันหน้าบนยื่นมาก ส่งผลให้ปากอูม ทำให้ขาดความมั่นใจเมื่อยิ้มหรือพูดคุย หลังจากทันตแพทย์ได้ตรวจวิเคราะห์แล้วจึงวางแผนการรักษาโดยในกรณีของเคสนี้จำเป็นต้องถอนฟัน ร่วมใช้เครื่องมือจัดฟันใส Käse Aligner ที่ออกแบบชิ้นงานจัดฟันใสมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล และมีการติดปุ่ม Attachment บนฟัน โดยตำแหน่งการติดปุ่มถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาของคนไข้เคสนี้โดยเฉพาะ เพื่อควบคุมแรงและทิศทางการเคลื่อนตัวของฟันได้อย่างเหมาะสม

 

ผลลัพธ์หลังการรักษา ที่ใช้เวลา 2 ปี คือ ฟันหน้าถูกดึงกลับไปอยู่ในแนวการสบฟันที่เหมาะสม ริมฝีปากไม่อูมอีกต่อไป ทำให้โครงสร้างใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น ยิ้มและพูดคุยแล้วมั่นใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ใครบ้างที่เหมาะกับการจัดฟันใส Käse Aligner?

  • ผู้ที่มีปัญหาฟันยื่น ปากอูม และปัญหาการเรียงตัวของฟันรูปแบบอื่น ๆ ทั้งเคสยากและง่าย ถอนฟัน หรือไม่ถอนฟัน ก็จัดการได้หมด
  • ผู้ที่ไม่อยากใส่เหล็กจัดฟัน หรือต้องพบทันตแพทย์บ่อย
  • ผู้ที่คำนึงเรื่องภาพลักษณ์ และบุคลิกภาพ
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายในระยะเวลาที่เร็วกว่าการจัดฟันโลหะ

แม้ค่าใช้จ่ายของการจัดฟันใส Käse Aligner จะเริ่มต้นสูงกว่าการจัดฟันแบบเดิม แต่เมื่อเทียบกับระยะเวลา ความสะดวก และผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ ถือว่าเป็น “การลงทุนกับรอยยิ้มที่คุ้มค่า”

ปัญหาฟันยื่นและปากอูมอาจเรื่องใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วสามารถแก้ได้ด้วยจัดฟันใส Käse Aligner ซึ่งพิสูจน์แล้วจากเคสจริงที่ฟันยื่นมาก ก็สามารถกลับมามีใบหน้าสมดุล ยิ้มมั่นใจไร้ฟันยื่นได้ภายในเวลา 2 ปี หากคุณอยากเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงรอยยิ้มเหมือนเคสนี้ สามารถเข้ารับคำได้เลยที่คลินิกในเครือ Käse Aligner ที่ให้บริการในหลายพื้นที่ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณที่สุด

 

5 เหตุผลที่คนยุคใหม่เลือก จัดฟันใส Käse Aligner ไม่ได้มีดีแค่สวย!

จัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันใส Käse Aligner ไม่ได้มีดีแค่สวย! เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาแค่สิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต แต่ยังเริ่มมองหาวิธีดูแลสุขภาพช่องปากและรอยยิ้มที่ทันสมัยและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้นด้วย จัดฟันใส Käse Aligner จึงได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ และถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา และสายอาชีพที่ต้องใช้ภาพลักษณ์ แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ จัดฟันใส Käse Aligner กลายเป็นตัวเลือกหลักของคนยุคใหม่? 

5 เหตุผลที่จัดฟันใส Käse Aligner กลายเป็นตัวเลือกหลักของคนรุ่นใหม่

  1. จัดฟันใสKäse Aligner แม่นยำแบบไม่ต้องเดา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

Käse Aligner นวัตกรรมการจัดฟันใส ที่ผสมผสานเทคโนโลยีทางทันตกรรมชั้นนำจากอเมริกา เข้ากับเทคนิคการดีไซน์รอยยิ้มโดยทันตแพทย์ในทุกขั้นตอน เริ่มต้นจาก

  • เอกซเรย์ช่องปาก และสแกนช่องปากแบบดิจิทัล ด้วย 3D Intraoral Scanner ทำให้เห็นปัญหาฟันได้อย่างชัดเจน เพื่อการวางแผนการรักษาที่ตรงจุด
  • ทันตแพทย์จะใช้ซอฟต์แวร์การออกแบบฟันระบบดิจิทัลจากสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงภาพจำลอง 3 มิติ การเคลื่อนที่ของฟันแต่ละซี่ ตั้งแต่ต้นจนจบการรักษา
  • วางแผน และติดตามผลการรักษาโดยทันตแพทย์ในทุกขั้นตอนในการรักษา 

ผลลัพธ์คือความแม่นยำสูง แทบไม่ต้องเดา หรือกังวลเรื่องฟันจะเคลื่อนที่ผิดทิศ เพราะทุกอย่างถูกวางแผนไว้แล้วอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น

  1. จัดฟันใสKäse Aligner ออกแบบชิ้นงานเฉพาะบุคคล ใส่ง่าย เจ็บน้อย ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

หนึ่งในจุดเด่นของจัดฟันใส Käse Aligner คือ การออกแบบชิ้นงานจัดฟันใสเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันในแต่ละเคสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ทุกชุดของชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาของคนไข้แต่เคส
  • มีการติดปุ่ม Attachment ที่ออกแบบตำแหน่งการติดปุ่มเฉพาะบุคคล ทำหน้าที่ช่วยควบคุมแรงและทิศทางของการเคลื่อนฟันได้อย่างแม่นยำ
  • วัสดุมีลักษณะใสเหมือนไม่ได้ใส่ มีความยืดหยุ่นและทนทานสูง พร้อมความหนาของชิ้นงานที่แบ่งเป็น 3 ระดับ บาง กลาง และหนา เพื่อการปรับตัวที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าเครื่องมือจัดฟันใสจะทำให้เกิดการบาดเจ็บในช่องปาก เช่น เครื่องมือจัดฟันรัดเหงือกแน่นจนรู้สึกไม่สบาย หรือบาดกระพุ้งแก้มและเหงือก รวมทั้งแรงในการเคลื่อนฟันที่นุ่มนวลกว่าจึงเจ็บน้อยกว่าการจัดฟันปกติ ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย ๆ
  1. จัดฟันใสKäse Aligner แก้ไขได้ครอบคลุมทุกปัญหา ทั้งเคสง่าย-ยาก
    หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า จัดฟันใส แก้ไขได้เฉพาะเคสง่าย ๆ อย่างฟันซ้อน ฟันเกเล็กน้อยเท่านั้น แต่ จัดฟันใส Käse Aligner สามารถจัดการได้ทั้งเคสง่าย เคสยาก ครอบคลุมทุกปัญหาการเรียงตัวของฟัน เช่น ฟันซ้อนเกมาก-น้อย ฟันหน้าบนยื่น ปากอูม ฟันล่างคร่อมฟันบน ฟันสบลึก ฟันไม่สบกัน  ยิ้มเบี้ยว ฟันห่าง ฟันล้ม หรือจัดฟันรอบสอง ก็จัดการได้ ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบแผนการเคลื่อนฟันร่วมกับเครื่องมือจัดฟันใสที่มีปุ่ม Attachment และเทคนิคอื่น ๆ เช่น การกรอฟันเพื่อสร้างพื้นที่ในการเคลื่อนฟันแทนการถอนฟัน จึงสามารถรักษาได้ทั้งเคสยากและง่าย ถอนฟันและไม่ถอนฟัน
  1. จัดฟันใสKäse Aligner เห็นผลไวกว่าจัดฟันโลหะ!

เพราะ “ระยะเวลา” คืออีกหนึ่งปัจจัยที่คนยุคใหม่ให้ความสำคัญ ซึ่งจัดฟันใส Käse Aligner ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ โดยสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้เร็วกว่าการจัดฟันปกติถึง 2 เท่า แถมยังลดจำนวนครั้งในการเข้าพบทันตแพทย์ได้อีกด้วย เพราะไม่ต้องปรับเครื่องมือจัดฟันทุกเดือนเหมือนการจัดฟันโลหะ

  • เคสจัดฟันใส Käse Aligner หลายเคสเห็นผลเร็วตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่เริ่มจัดฟัน
  • เคสจัดฟันใส Käse Aligner ส่วนใหญ่ใช้เวลาจัดฟันเฉลี่ยเพียง 6–12 เดือน
    • กรณีไม่ถอนฟัน จะใช้ระยะเวลาในการจัดฟันใส Käse Aligner ประมาณ 3 เดือน – 1 ปี
    • กรณีถอนฟัน จะใช้ระยะเวลาในการจัดฟันใส Käse Aligner ประมาณ 1 – 2 ปี
  1. จัดฟันใส Käse Aligner มีนวัตกรรมชิ้นงานใหม่ Käse Aligner PLUS ดีกว่าเดิม

นวัตกรรมชิ้นงานจัดฟันใสKase Aligner ใหม่สุด โดยวัสดุชิ้นงานมีความยืดหยุ่น ไม่เปลี่ยนรูป คงสภาพเดิมแม้จะโดนความร้อน จะบิดเบี้ยวแค่ไหน ก็คืนสภาพกลับมาเป็นรูปแบบเดิมได้ ตัวชิ้นงานจัดฟันใสแนบชิดสนิทฟันมากขึ้น ทําให้เคลื่อนฟันให้เข้าที่เร็ว และนุ่มนวลขึ้น เจ็บน้อยลง โดยคุณสามารถใส่หรือถอดชิ้นงานจัดฟันใสได้ง่ายขึ้นเมื่อใช้นํ้าอุ่นช่วย เเพราะตัวชิ้นงานที่สัมผัสโดนนํ้าอุ่นจะนิ่มหรืออ่อนตัวลง ทำให้ใส่หรือถอดได้อย่างสบายไม่ต้องกลัวเจ็บ นอกจากนี้ยังเคลื่อนฟันได้เร็วกว่า 30-40% หากเทียบกับชิ้นงานจัดฟันใสปกติ

  • ชิ้นงานแบบใหม่ Käse Aligner PLUS เคส Starter Package รักษาเสร็จภายใน 3 – 6 เดือน เมื่อเทียบกับชิ้นงานปกติที่ใช้เวลา 6 – 8 เดือน
  • ชิ้นงานแบบใหม่ Käse Aligner PLUS เคสไม่ถอนฟัน รักษาเสร็จภายใน 6 – 8 เดือน เมื่อเทียบกับชิ้นงานปกติที่ใช้เวลา 10 – 12 เดือน
  • ชิ้นงานแบบใหม่ Käse Aligner PLUS เคสถอนฟัน รักษาเสร็จภายใน 12 – 14 เดือน เมื่อเทียบกับชิ้นงานปกติที่ใช้เวลา 1 ปีครึ่ง – 2 ปี

ทั้งนี้  ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับปัญหาฟัน และวินัยของแต่ละบุคคล

จัดฟันใส Käse Aligner ไม่ได้มีดีแค่สวย

จัดฟันใสKäse Aligner ไม่ใช่แค่เทรนด์ของคนรุ่นใหม่ แต่เป็นทางเลือกที่ “ใช่” สำหรับทุกคนที่ต้องการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลลัพธ์ดี รวดเร็ว ปลอดภัย และยังใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีจัดฟันที่แม่นยำ ไม่ยุ่งยาก และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่Käse Aligner คือคำตอบสำหรับคุณ!

ฟันหน้าคร่อมกัน กัดอะไรก็ลำบาก จัดฟันใส ช่วยได้ใน 12 เดือน!

ฟันหน้าคร่อม

เพราะปัญหาการสบฟันผิดปกติส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบดเคี้ยว กัดอะไรก็ลำบาก จะทนกับปัญหานี้ต่อไปทำไม ในเมื่อ จัดฟันใส Käse Aligner แก้ไขปัญหานี้ให้คุณได้ เพื่อการใช้งานฟันและรอยยิ้มที่ดีกว่าเดิม


ปัญหาฟันหน้าคร่อม ฟันสบลึกคืออะไร? ทำไมต้องรีบแก้ไขด้วยจัดฟันใส

“ฟันหน้าคร่อมกัน” และ “ฟันสบลึก” คือปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทั้งด้านสุขภาพช่องปาก การเคี้ยวอาหาร ความมั่นใจในการพูด และบุคลิกภาพโดยรวม โดยทั้งสองปัญหานี้จัดเป็นภาวะการสบฟันผิดปกติที่ฟันบนไม่สบกับฟันล่างในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งพบในคนไข้เคสนี้

ฟันหน้าคร่อมกัน ไม่ถอนฟัน

คนไข้เคสนี้มีปัญหาฟันหน้าคร่อมกัน ภาวะที่ฟันบนและฟันล่างสบกันไม่ตรงแนว โดยอาจมีฟันบางซี่หรือทั้งแถวที่สบกันแบบสลับไขว้ ทำให้การสบฟันไม่สมดุล
บวกกับปัญหาฟันสบลึก ลักษณะฟันบนคร่อมปิดฟันล่างมากเกินไป ทั้งสองปัญหานี้สามารถส่งผลกระทบในระยะยาวได้ เนื่องจากปลายฟันหน้ามีการเสียดสีกับโคนฟันหน้า ทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บในช่องปาก ฟันสึกง่ายกว่าปกติ สร้างความเสียหายให้กับรากฟันได้ รวมทั้งเกิดปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ฟันโยก เหงือกร่น การพูดและการออกเสียงผิดปกติ แถมยังทำให้โครงสร้างของใบหน้ามีลักษณะสั้น ไม่สมส่วนอีกด้วย นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการบดเคี้ยวด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนไข้ตัดสินใจจัดฟันใส Käse Aligner

 

ตัดสินใจจัดฟันใส Käse Aligner เพราะฟันหน้าคร่อมกัน และฟันสบลึก ส่งผลต่อการเคี้ยวอาหาร กัดอะไรก็ลำบาก
ปกติแล้ว เวลากัดหรือเคี้ยวอาหาร ฟันหน้าบนจะคร่อมฟันหน้าล่างเพียงเล็กน้อย โดยฟันทั้งสองชุดจะทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล ฟันล่างจึงยังช่วยกัดหรือฉีกอาหารได้ดี ในทางกลับกัน เมื่อประสบปัญหาฟันหน้าคร่อมกัน และฟันสบลึก ฟันหน้าบนจะคร่อมฟันล่างลึกเกินไป ฟันล่างจึงช่วยกัดอาหารไม่ได้ ส่งผลให้การทำงานของฟันหน้าเสียสมดุล และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาในการบดเคี้ยวอาหารทั้งระบบ

ปัญหาจากการเคี้ยวอาหารไม่สมดุลในคนที่มีฟันสบลึกและฟันหน้าคร่อมกัน

  1. ฟันหน้าใช้กัดอาหารได้ยาก

คนที่มีฟันสบลึกและฟันหน้าคร่อมกัน มักจะมีปัญหาเวลาต้องกัดอาหาร เพราะฟันหน้าล่างถูกฟันบนครอบลึกจนไม่สามารถกัดอาหารให้ขาดได้ ต้องออกแรงกัดมากกว่าปกติ หรือหลีกเลี่ยงการใช้ฟันหน้าไปเลย พฤติกรรมนี้ทำให้ต้องพึ่งฟันกรามมากกว่าที่ควร ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้กัดอาหาร

  1. ฟันกรามทำงานหนักเกินไป

เมื่อฟันหน้าใช้งานไม่ได้เต็มที่ ฟันกรามก็ต้องรับหน้าที่บดเคี้ยวอาหารแทน แม้กระทั่งของที่ควรกัดด้วยฟันหน้า ส่งผลให้ฟันกรามรับแรงกระทำมากเกินไป จนอาจสึกเร็วขึ้น บางคนอาจรู้สึกเจ็บเหงือก หรือมีรอยร้าวเล็ก ๆ ในเนื้อฟันโดยไม่รู้ตัว

  1. กล้ามเนื้อกรามทำงานผิดธรรมชาติ

การสบฟันผิดปกติยังส่งผลให้กล้ามเนื้อขากรรไกร ต้องปรับจังหวะการทำงานใหม่ ส่งผลให้เกิดอาการเมื่อย ปวดกราม บางรายอาจได้ยินเสียง “คลิ๊ก” เวลาอ้าปาก เพราะข้อต่อขากรรไกรทำงานผิดปกติ

ระบบย่อยอาหารของมนุษย์ถูกออกแบบให้การบดเคี้ยวเป็นด่านแรกของการย่อย

  • ฟันบดเคี้ยวอาหารให้เล็กลง → น้ำลายเริ่มย่อยแป้งด้วยเอนไซม์อะไมเลส
  • ถ้าอาหารไม่ได้ถูกบดเคี้ยวให้ละเอียดเท่าที่ควร → กระเพาะและลำไส้ต้องทำงานหนักขึ้น → เกิดอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย หรือกรดไหลย้อน

ผู้ที่มีปัญหาฟันสบลึกและฟันหน้าคร่อมกัน มักเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเพราะการสบฟันที่ผิดปกติ ทำให้จำใจต้องกลืนอาหารทั้งที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียด อาจเป็นเหตุที่ทำให้รู้สึกไม่สบายท้องหลังรับประทานอาหารเป็นประจำ จนอาจนำไปสู่ปัญหาการย่อยอาหารในระยะยาว

จัดฟันใส Käse Aligner แก้ฟันสบลึก ฟันคร่อมได้จริง

ไม่อยากให้สองปัญหานี้สร้างปัญหาบานปลายไปมากกว่านี้ คนไข้เคสนี้จึงตัดสินใจจัดการปัญหาเหล่านี้ด้วยจัดฟันใส Käse Aligner ทางเลือกที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขฟันหน้าคร่อมและฟันสบลึก โดยไม่ต้องถอนฟัน 

  1. วางแผนการรักษาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล : จัดฟันใส Käse Aligner ใช้เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ร่วมกับการวางแผนการรักษาโดยทันตแพทย์ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ เพราะแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างตรงจุด
  2. ปุ่ม Attachment : ปุ่มที่ติดบนฟัน หรือ PowerCompose ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล ทำหน้าที่ควบคุมทิศทางและแรงในการเคลื่อนที่ฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถประยุกต์กระบวนการรักษาให้รองรับทุกระดับความยากของแต่ละเคส ไม่ว่าจะเคสถอนฟันหรือไม่ถอนฟันก็ตาม
  3. ระยะเวลาการจัดฟันใสเร็วกว่าการจัดฟันปกติ 2 เท่า : อย่างคนไข้เคสนี้ ที่แก้ไขปัญหาฟันสบลึกและฟันหน้าคร่อมกันได้ภายในระยะเวลา 12 เดือน 
  4. ความสะดวกสบาย : เครื่องมือจัดฟันใส Käse Aligner ต้องถอดออกเมื่อรับประทานอาหารหรือแปรงฟัน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีเศษอาหารติด หรือกลิ่นปาก และเครื่องมือจัดฟันใสมีความยืดหยุ่นแต่ทนทาน ไม่ระคายเคืองช่องปาก ไม่มีลวดและเหล็กที่จะบาดกระพุ้งแก้มหรือเหงือกเหมือนการจัดฟันโลหะ

จัดฟันใส Käse Aligner แก้ฟันหน้าคร่อมและฟันสบลึก ภายใน 12 เดือน

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจัดฟันใส Käse Aligner คือ ฟันเรียงตัวสวยงาม ฟันสบกันได้อย่างปกติ รูปหน้าดูสมส่วนขึ้น และเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้มอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หากคุณกำลังเผชิญปัญหาฟันหน้าคร่อม ฟันสบลึก กัดไม่ถนัด เคี้ยวอาหารลำบาก หรือรู้สึกไม่มั่นใจเวลายิ้ม ถึงเวลาแล้วที่จะปรึกษาทันตแพทย์ที่คลินิกในเครือ Käse Aligner ที่ให้บริการในหลายพื้นที่ เพื่อเริ่มต้นแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันอย่างจริงจัง เพราะรอยยิ้มสวย และสุขภาพช่องปากที่ดี เริ่มต้นจากการตัดสินใจของคุณ

 

จัดฟันรอบสองแต่ไม่อยากใส่เหล็กซ้ำ? จัดฟันใส Käse Aligner ช่วยคุณได้

จัดฟันใส Käse Aligner

ถ้าจะต้องจัดฟันอีกรอบยังต้องจัดฟันโลหะแบบเดิมหรือเปล่า จัดฟันใส Käse Aligner แทนได้ไหม? หลายคนที่เคยจัดฟันมาแล้ว อาจพบว่าฟันเริ่มล้ม เคลื่อน หรือกลับไปเรียงตัวในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมอีกครั้ง จนต้อง “จัดฟันรอบสอง” 

สาเหตุหลัก ๆ ที่ต้องจัดฟันรอบสอง

  • การวางแผนการรักษาไม่รัดกุม ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้หลังการจัดฟันครั้งแรกไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เช่น ไม่ได้มีการวางแผนถอนฟันบางซี่ ทำให้ฟันยังยื่นหรือเรียงตัวไม่สมดุลแม้จัดฟันเสร็จแล้ว
  • คนไข้ไม่มีวินัย ไม่มาพบทันตแพทย์ตามนัด ปรับเครื่องมือไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ดูแลรักษาฟันขณะจัดฟัน
  • ไม่ใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฟันล้ม เคลื่อน หรือเรียงตัวผิดตำแหน่งอีกครั้ง เพราะรีเทนเนอร์มีบทบาทสำคัญในการคงตำแหน่งของฟันหลังจัดฟันเสร็จ
  • ธรรมชาติของฟัน ฟันสามารถเคลื่อนได้ตลอดชีวิต แม้ในคนที่ไม่เคยจัดฟัน โดยสาเหตุของฟันเคลื่อนเกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่น ฟันคุดจนดันฟันซี่ข้างเคียง การเจริญเติบโตของขากรรไกร หรือพฤติกรรมที่ใช้แรงฟันมากเกินไป

เพราะฉะนั้น การจัดฟันรอบสอง จึงอาจต้องเกิดขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการแก้ไขและสร้างผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่าเดิม โดยทางเลือกที่น่าสนใจในการจัดฟันรอบนี้ คือจัดฟันใส Käse Aligner เนื่องจากผู้ที่ผ่านการจัดฟันแบบโลหะมาแล้ว มักจะรู้สึกไม่อยากจัดฟันใหม่ เพราะรู้สึกไม่ดีเมื่อต้องใส่เครื่องมือจำนวนมากยึดติดอยู่กับฟันตลอดเวลา ไหนจะเรื่องทำความสะอาดที่ค่อนข้างยากด้วย การจัดฟันใส Käse Aligner จึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเครื่องมือจัดฟันใสไม่ต้องยึดติดแน่นกับฟัน และสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย

จัดฟันรอบสองแต่ไม่อยากจัดฟันโลหะแล้ว มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าอย่างจัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันรอบสองกับ Käse Aligner เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความสบาย ความสวยงาม และประสิทธิภาพในการเคลื่อนฟัน โดยไม่ต้องใส่เครื่องมือจัดฟันโลหะให้ยุ่งยากเหมือนเดิม

จัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันใส Käse Aligner ใช้เทคนิคการเคลื่อนฟันด้วยแรงผลักจากเครื่องมือจัดฟันใส ซึ่งมีความนุ่มนวลกว่าแรงดึงจากเครื่องมือจัดฟันโลหะแบบเดิม โดยเครื่องมือจัดฟันใสถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล ด้วยระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถควบคุมทิศทางและขนาดแรงได้อย่างแม่นยำ และสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ว่าฟันแต่ละซี่จะเคลื่อนที่ไปอยู่ตรงไหน โดยเห็นภาพตั้งแต่ต้นจนจบการรักษา ร่วมกับการติดปุ่ม Attachment หรือ PowerCompose ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมแรงและทิศทางการเคลื่อนฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บวกกับการใช้เทคนิคอื่น ๆ ร่วมด้วย  เช่น การกรอฟัน (IPR) เพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างฟันให้สามารถเคลื่อนฟันไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องถอนฟันในหลายกรณี

ทำไมจัดฟันใส Käse Aligner จึงเหมาะกับคนที่เคยจัดฟันมาแล้ว?

  1. เครื่องมือจัดฟันใส Käse Aligner ยืดหยุ่นแต่ทนทาน ใส่สบาย เป็นมิตรกับช่องปาก ไม่บาดกระพุ้งแก้ม ไม่ระคายเคืองเหงือก ไม่บีบ ดึง รัด ทั้งเหงือกและฟันเหมือนเครื่องมือจัดฟันโลหะแบบเดิม จึงไม่ต้องกังวลเรื่องเหงือกร่น เหงือกอักเสบ หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน
  2. เครื่องมือจัดฟันใส Käse Aligner ดูเป็นธรรมชาติ ใสจนแทบมองไม่เห็น สวมใส่แล้วไม่เสียบุคลิก
  3. เครื่องมือจัดฟันใส Käse Aligner ถอดเข้าออกง่าย ทำความสะอาดสะดวก โดยต้องถอดเมื่อแปรงฟันหรือรับประทานอาหาร จึงลดโอกาสฟันผุและกลิ่นปาก
  4. เจ็บน้อยกว่า แรงเคลื่อนฟันนุ่มนวล ไม่รู้สึกฝืนหรือเกิดการบาดเจ็บในช่องปากแบบเครื่องมือจัดฟันโลหะ
  5. ระยะเวลารักษาสั้น สำหรับเคสไม่ถอนฟัน ส่วนใหญ่ใช้เวลาจัดฟันใสเพียง 3 เดือน – 1 ปี เคสถอนฟันไม่เกิน 2 ปี เร็วกว่าจัดฟันโลหะถึง 2 เท่า
  6. ไม่ต้องพบทันตแพทย์บ่อย ๆ เพราะจัดฟันใส Käse Aligner ไม่ต้องปรับเครื่องมือจัดฟันบ่อย ยิ่งถ้าคุณมีวินัยใส่เครื่องมือจัดฟันใสได้อย่างน้อย 20 ชั่วโมง จะทำให้เครื่องมือสามารถทำหน้าที่เคลื่อนฟันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทันตแพทย์ก็สามารถจัดตารางนัดให้คุณมาพบน้อยลงได้อีก

จัดฟันรอบสองด้วยจัดฟันใส Käse Aligner เพื่อฟันที่เรียงสวยกว่าเดิม

จัดฟันใสKäse Aligner ไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นทางเลือกที่ฉลาด สำหรับคนที่เคยจัดฟันมาแล้ว และจำเป็นต้องจัดฟันรอบสอง เพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจกว่าเดิมโดยไม่ต้องกลับไปใส่เหล็กอีกครั้ง หากคุณคือคนหนึ่งที่กำลังคิดจะจัดฟันรอบสอง อย่าปล่อยให้ปัญหาเดิมกลับมาอีกครั้ง ลองปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ และเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองวิธีใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพอย่างจัดฟันใสKäse Aligner

 

จัดฟันใส แก้เขี้ยวสูง ฟันซ้อนเกมากได้จริงใน 18 เดือน จบได้ไม่ต้องถอนฟัน!

จัดฟันใส ไม่ถอนฟัน

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหา “เขี้ยวสูง ฟันซ้อนเก” จนยิ้มไม่มั่นใจ จึงอยากแห้ไขแต่ยังลังเลว่าจะต้องถอนฟันหรือไม่? เรามีคำตอบดี ๆ ให้คุณ พร้อมเคสตัวอย่างจริงที่พิสูจน์ว่า จัดฟันใส Käse Aligner สามารถแก้ฟันซ้อนเกระดับรุนแรงได้ โดยไม่ต้องถอนฟัน!

 

ปัญหาฟันเขี้ยวสูง ฟันซ้อนเกระดับรุนแรง ส่งผลต่ออะไรบ้าง? จนต้องรีบแก้ไขด้วยจัดฟันใส

ฟันเขี้ยวสูง คือ ฟันเขี้ยวที่ขึ้นในตำแหน่งสูงกว่าระดับแนวฟันปกติ ทำให้ดูเด่นชัดเกินไปเมื่อยิ้ม และอาจบดบังฟันข้างเคียง ส่วนฟันซ้อนเกระดับรุนแรง คือ ฟันที่ขึ้นซ้อนเบียดกัน เกยกัน หรือบิดตัวไปในทิศทางผิดปกติอย่างชัดเจน ซึ่งอาจพบได้ทั้งฟันบนและฟันล่าง ปัญหาการเรียงตัวของฟันเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อความสวยงามของรอยยิ้ม แต่ยังมีผลกระทบด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น

  • ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ : คนที่มีฟันซ้อนเกหรือฟันเขี้ยวสูงมักไม่กล้ายิ้ม หรือยิ้มได้ไม่เต็มที่เพราะรู้สึกว่ารอยยิ้มไม่สวย หรือฟันดูไม่เป็นระเบียบ จนอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการเข้าสังคมหรือการทำงานในบางอาชีพ รวมถึงอาจพูดไม่ชัด เนื่องจากฟันที่ซ้อนเกงอกขึ้นมาในตำแหน่งที่ผิดปกติ จึงทำให้เป็นปัญหาเวลาพูดหรือการออกเสียงบางคำ
  • การสบฟันผิดปกติ : ฟันที่เรียงตัวผิดปกติอาจทำให้เกิดการสบฟันที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลให้ฟันสึกกร่อนเร็ว เกิดแรงกระแทกเฉพาะจุด และเกิดปัญหาข้อต่อขากรรไกรตามมา รวมถึงสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาฟันล้มในอนาคต เนื่องจากฟันเรียงตัวในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมด้วย
  • การบดเคี้ยวอาหารติดขัด : ฟันซ้อนเกหรือเรียงตัวไม่ดีจะทำให้การกัดและเคี้ยวอาหารไม่สะดวกเท่าที่ควร เนื่องจากอาหารมักจะเข้าไปติดตามซอกฟันได้ง่าย 
  • ทำความสะอาดยากขึ้น : ฟันซ้อนเกจะมีซอกฟันแคบ ๆ ที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ทำให้เกิดการสะสมของคราบพลัคและเศษอาหาร นำไปสู่ปัญหาฟันผุ กลิ่นปากและเหงือกอักเสบได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นโรคปริทันต์ในระยะยาวได้
  • ผลต่อโครงสร้างใบหน้า : ฟันที่เรียงไม่สมดุลอาจส่งผลต่อโครงสร้างใบหน้าและกรามทำงานไม่สมดุล บางรายอาจมีอาการปวดกราม ปวดศีรษะ หรือรู้สึกเมื่อยกล้ามเนื้อใบหน้าหลังเคี้ยวอาหารนาน ๆ

 

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมปัญหาเขี้ยวสูงและฟันซ้อนเกจึงควรได้รับการรักษาด้วย จัดฟันใส Käse Aligner  ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาวด้วย แต่ทว่า หลายคนก็ยังกังวลว่าถ้าต้องการแก้ไขปัญหานี้จะต้องถอนฟัน และใช้เวลารักษานาน อย่าพึ่งคิดไปเองก่อน เข้ารับคำปรึกษาจากทันตแพทย์ของคลินิกในเครือ Käse Aligner เพื่อหาทางแก้ไขที่เหมาะสมกับปัญหาฟันของคุณ เพราะคุณก็อาจไม่ต้องถอนฟันเหมือนกับคนไข้เคสนี้ก็ได้

จัดฟันใส เคสไม่ถอนฟัน

เรื่องจริงไม่จ้อจี้ จัดฟันใส Käse Aligner แก้ฟันซ้อนเกรุนแรงได้โดยไม่ต้องถอนฟัน 

คนไข้เคสนี้มีปัญหาฟันซ้อนเกมาก และมีฟันเขี้ยวที่ขึ้นสูงเกินแนวฟันปกติร่วมด้วย ซึ่งในอดีตเคสลักษณะนี้มักจำเป็นต้องถอนฟันเพื่อให้มีพื้นที่ขยับฟัน แต่ด้วยเทคโนโลยีของ Käse Aligner และการวางแผนของทันตแพทย์ จึงสามารถเคลื่อนฟันได้โดยไม่ต้องถอนฟัน ด้วยวิธีการกรอฟันบางตำแหน่งอย่างเหมาะสม (Interproximal Reduction – IPR) เพื่อเพิ่มช่องว่างให้สามารถเคลื่อนที่ฟันได้ และติด Attachment ปุ่มที่ติดบนฟันนี้จะทำหน้าที่ควบคุมแรงและทิศทางการเคลื่อนฟันอย่างเหมาะสม ทำให้ฟันเคลื่อนที่ไปยังตำแหย่งที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ เลื่อนตำแหน่งฟันเขี้ยวลงมาอยู่ในแนวฟันที่เหมาะสม และจัดตำแหน่งฟันให้เรียงตัวสมดุลกันได้อย่างสวยงาม โดยใช้เวลาจัดฟันใสทั้งหมด 18 เดือน

ใช้เวลาแค่ 18 เดือน จัดฟันใส Käse Aligner แก้ฟันซ้อนเกรุนแรงได้โดยไม่ต้องถอนฟัน ผลลัพธ์คือฟันเรียงสวย รอยยิ้มมั่นใจ

จัดฟันใสKäse Aligner จบเคสยากได้ใน 18 เดือน ระดับฟันเขี้ยวสูงและฟันซ้อนเกอย่างรุนแรง ก็ถูกจัดการจนสิ้นซาก คนไข้ได้เป็นเจ้าของฟันเรียงสวย และรอยยิ้มมั่นใจ โดยไม่ต้องถอนฟัน 

จุดเด่นของการจัดฟันใส Käse Aligner สำหรับเคสซับซ้อน

  • เครื่องมือจัดฟันใส Käse Aligner ใสจนแทบมองไม่เห็น เป็นมิตรกับช่องปาก และไม่ต้องติดเครื่องมือโลหะที่เห็นได้อย่างชัดเจน
  • เครื่องมือจัดฟันใส Käse Aligner ถอดเข้าออกได้เวลารับประทานอาหารหรือแปรงฟัน จึงไม่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต
  • เจ็บน้อย เคลื่อนฟันได้นุ่มนวลกว่าจัดฟันแบบโลหะ
  • ใช้เวลาจัดฟันน้อยกว่าจัดฟันปกติถึง 2 เท่า

ฟันซ้อนเกรุนแรง ระดับเขี้ยวสูง ก็จัดฟันใสได้ ไม่ต้องถอนฟันเสมอไป

หากคุณมีปัญหาคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็น ฟันเขี้ยวสูงหรือฟันซ้อนเก ลองมาปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่คลินิกในเครือ Käse Aligner ที่ให้บริการในหลายพื้นที่ เพราะด้วยเทคโนโลยีและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล การจัดฟันใส Käse Aligner อาจเป็นคำตอบที่ช่วยให้คุณจบปัญหาได้โดยไม่ต้องถอนฟันเลยก็ได้

เผยความลับ นวัตกรรมใหม่ จัดฟันใส Käse Aligner PLUS แก้ไขปากอูม ฟันยื่นได้ภายใน 1 ปี!

จัดฟันใส Käse Aligner PLUS

จัดฟันใส Käse Aligner PLUS ทางเลือกที่ใช่สำหรับคุณจริงหรือ? หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาฟันยื่น ปากอูม หรือเคยลังเลที่จะจัดฟันเพราะกลัวใช้เวลานาน เจ็บมาก หรือไม่อยากถอนฟัน แอบกระซิบว่า เรามีวิธีที่จะทำให้คุณได้ยิ้มกว้างกว่าเดิม เพราะตอนนี้จัดฟันใส Käse Aligner ได้พัฒนาเวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่าKäse Aligner PLUS ที่มาพร้อมกับ นวัตกรรมวัสดุ Shape Memory ซึ่งช่วยให้การจัดฟันใสเห็นผลเร็วขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเคสถอนฟันที่มีฟันซ้อนเกไม่มาก ต้องการปรับรูปปาก และลดความอูมของฟันหน้า

จัดฟันใส Käse Aligner PLUSดีกว่าเดิมอย่างไร?

จัดฟันใส Käse Aligner PLUSคือชิ้นงานจัดฟันใสรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้จัดฟันได้รวดเร็วและสบายกว่ารุ่นปกติ โดยมีคุณสมบัติพิเศษต่างจากชิ้นงานปกติตรงที่ใช้วัสดุแบบ Shape Memory เมื่อใส่ชิ้นงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ชิ้นงานอาจบิดเบี้ยว และเสียรูป แต่เมื่อนำไปแช่ในน้ำอุ่น ชิ้นงานจัดฟันใสจะสามารถคืนรูปเดิมกลับมาได้ คุณสมบัติเด่นนี้จะสร้างความแตกต่าง ทำให้แรงที่กระทำบนฟันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ จึงช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและนุ่มนวลกว่าที่เคย รวมทั้งทำให้การจัดฟันใสเร็วขึ้นเฉลี่ย 20-30% เลยทีเดียว

เห็นผลไวภายใน 1 ปี เแก้ไขฟันยื่น ปากอูม ไม่ต้องรอนานด้วยจัดฟันใส Käse Aligner PLUS

จัดฟันใส Käse Aligner PLUS ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหารูปปากอูมและฟันยื่นเป็นอย่างยิ่ง โดยช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี ในกรณีเคสถอนฟันและมีฟันซ้อนเกเพียงเล็กน้อย แต่มีปัญหาปากอูม ฟันบนยื่น ต้องการปรับรูปปากเท่านั้นโดยเคสแก้ไขรูปปากอูมส่วนใหญ่ มักจะต้องถอนฟันร่วมด้วย ซึ่งคนไข้ก็คงไม่อยากปล่อยช่องว่างฟันไว้นาน ชิ้นงานตัวนี้จะทำให้การรักษาสั้นลง ปิดช่องว่างฟันที่เกิดจากการถอนฟันออกได้เร็วขึ้น จากระยะเวลา 1-2 ปี จะเหลืออยู่ที่ 1 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาก-ง่ายของแต่ละเคส 

ทำไมต้องเลือกจัดฟันใส Käse Aligner PLUS สำหรับเคสปากอูม ฟันยื่น?

  • วัสดุชิ้นงานจัดฟันใสKäse Aligner PLUS มีความยืดหยุ่น คืนรูปได้แม้โดนความร้อน ทำให้เจ็บปวดน้อยลงขณะใส่ชิ้นงาน เนื่องจากเมื่อชิ้นงานสัมผัสโดนนํ้าอุ่น ชิ้นงานจะนิ่มและอ่อนตัวลง จึงสามารถใส่เข้า-ถอดออกได้ง่าย
  • ชิ้นงานจัดฟันใสKäse Aligner PLUS แนบชิดสนิทฟันมากขึ้น ทําให้แรงที่กระทำกับฟันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ฟันจึงเข้าที่เร็วยิ่งขึ้น เคลื่อนฟันได้อย่างนุ่มนวล และเจ็บน้อยลง
  • ติด Attachment น้อยลง แต่ประสิทธิภาพในการเคลื่อนฟันดีกว่าเดิม
  • จัดฟันใส Käse Aligner PLUSเคลื่อนฟันได้เร็วกว่า 30-40% หากเทียบกับชิ้นงานจัดฟันใสปกติ
  • ชิ้นงานจัดฟันใสKäse Aligner PLUS เคส Starter Package จัดฟันภายใน 3-6 เดือน เมื่อเทียบกับชิ้นงานปกติที่ใช้เวลา 6-8 เดือน
  • ชิ้นงานจัดฟันใสKäse Aligner PLUS เคสไม่ถอน จัดฟันเสร็จภายใน 6-8 เดือน เมื่อเทียบกับชิ้นงานปกติที่ใช้เวลา 10-12 เดือน
  • ชิ้นงานจัดฟันใสKäse Aligner PLUS เคสถอน จัดฟันเสร็จภายใน 12-14 เดือน เมื่อเทียบกับชิ้นงานปกติที่ใช้เวลา 1 ปีครึ่ง –2 ปี

อยากแก้ปากอูม ฟันยื่น แบบไม่ต้องรอนานจัดฟันใส Käse Aligner PLUS คือคำตอบ

จัดฟันใส Käse Aligner PLUSเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องความเร็ว ความสบาย และผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเคสที่ต้องการปรับรูปปาก แก้ไขฟันยื่นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือจัดฟันโลหะ

จัดฟันใส Käse Aligner PLUSเหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อนเกเล็กน้อย และมีปัญหาฟันยื่น ปากยังอูมร่วมด้วย
  • ผู้ที่ไม่ต้องการจัดฟันโลหะหรือจัดฟันนาน
  • ผู้ที่อยากเห็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 
  • ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่อยากเจ็บซ้ำซาก และเป็นกังวลเรื่องการใช้ชีวิตระหว่างจัดฟันใส

ด้วยระยะเวลาที่สั้นลง วัสดุที่คืนรูปได้ และการเคลื่อนฟันที่นุ่มนวลกว่าเดิมจัดฟันใส Käse Aligner PLUS คืออีกขั้นของการจัดฟันใส ที่ทำให้คุณเข้าใกล้รอยยิ้มในฝันได้ไวขึ้นกว่าที่เคย หากคุณกำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการจัดฟันใส คำตอบที่ชัดเจนในตอนนี้คงหนีไม่พ้นKäse Aligner PLUS วิธีเปลี่ยนรอยยิ้มของคุณให้สวยมั่นใจขึ้นได้ภายใน 1 ปี

จัดฟันใส Käse Aligner ปิดจบเคสจัดฟันโลหะที่ค้างคา! แก้ยิ้มเบี้ยว คืนรอยยิ้มสวยใน 12 เดือน

จัดฟันใส Käse Aligner

คงจะดีกว่า ถ้าคุณลงทุนเงินและเวลากับ จัดฟันใส Käse Aligner ตั้งแต่แรก เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้  แต่เราสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วได้ ด้วย Käse Aligner ทางออกสำคัญที่พร้อมปิดจบเคสจัดฟันโลหะที่ค้างคาให้คุณได้

 

บางคนอาจเคยผ่านการจัดฟันโลหะมาแล้ว และจัดมานานกินเวลาหลายปี แต่กลับพบว่าฟันยังไม่เข้าที่อย่างที่ควรจะเป็น หรือเกิดปัญหายิ้มเบี้ยว รอยยิ้มดูไม่เท่ากัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว แต่ข่าวดีคือ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยจัดฟันใส Käse Aligner ที่ออกแบบมาเพื่อปรับทิศทางของฟันอย่างแม่นยำและเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเคสที่เคยจัดฟันโลหะมาก่อนก็ตาม

 

ทำไมบางคนจัดฟันโลหะแล้วฟันยังไม่เข้าที่? จัดฟันใส Käse Aligner จึงกลายเป็นทางออก

จัดฟันใส Käse Aligner

แม้การจัดฟันโลหะจะได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงไม่แพ้กัน แต่ในบางกรณีอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะหากไม่มีการวางแผนที่ดี และวินัยของคนไข้ เช่น

  • ปัญหาฟันมีความซับซ้อนอย่างมาก แต่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด
  • แรงดึงระหว่างจัดฟันไม่สมดุล ทำให้ฟันเอียงหรืองุ้ม
  • ขาดการควบคุมองศาการเคลื่อนของฟัน
  • ไม่มาตามนัดหมายของทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือ

ด้วยเหตุเหล่านี้ อาจทำให้ฟันของคนไข้ไม่เข้าที่อย่างที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับเคสตัวอย่างนี้ที่ต้องแก้ไขปัญหาเคสจัดฟันโลหะ และปัญหายิ้มเบี้ยว โดยจัดฟันใส Käse Aligner สามารถจัดการปัญหานี้ให้คนไข้เคสนี้ได้โดยไม่ต้องถอนฟัน ในระยะเวลาเพียง 12 เดือนเท่านั้น ด้วยการเอกซเรย์ช่องปาก และสแกนฟันดิจิทัลด้วย 3D Intraoral ทำให้เห็นปัญหาฟันได้อย่างชัดเจน และทันตแพทย์จะวางแผนการรักษาร่วมกับการใช้ระบบซอฟต์แวร์การออกแบบฟันระบบดิจิทัลจากสหรัฐอเมริกา ช่วยให้เห็นภาพการเคลื่อนที่ของฟันแต่ละซี่ตั้งแต่ต้นจนจบการรักษา จึงทำให้การวางแผนการรักษามีความแม่นยำมากที่สุด อีกทั้งยังมีปุ่ม Attachment ที่ติดบนฟัน ทำหน้าควบคุมแรงและทิศทางการเคลื่อนฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจัดฟันใส Käse Aligner เพียง 12 เดือน

  • แนวเส้นกึ่งกลางฟันตรงกันทั้งฟันบนและฟันล่าง จึงทำให้เส้นกลางใบหน้าตรงกันทั้งหมด
  • ฟันเรียงสวย ยิ้มสมดุลทั้งสองฝั่ง ไม่เอียงหรือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี มีความมั่นใจเต็มร้อยในการยิ้ม พูด และเข้าสังคม

เพราะแนวเส้นกึ่งกลางฟันที่แบ่งฟันด้านขวาและด้านซ้าย ของฟันล่างและฟันบนไม่ตรงกัน ทำให้เวลายิ้มดูเหมือนยิ้มเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง แม้ปัญหายิ้มเบี้ยวจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบดเคี้ยว แต่ทว่า หลายคนก็ยังรู้สึกเป็นกังวลอยู่ เพราะบิ้มเบี้ยวส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจ เมื่อไม่สามารถยิ้มหรือพูดได้อย่างมั่นใจ ย่อมส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพโดยรวม

จัดฟันใส Käse Alignerปิดจบเคสจัดฟันโลหะที่ค้างคา!

หากคุณเคยผ่านการจัดฟันโลหะมาแล้ว แต่ยังรู้สึกว่า “รอยยิ้มยังไม่เป๊ะ ฟันยังไม่เข้าที่” หรือ “เคยจัดฟันแต่รู้สึกยิ้มเบี้ยว ไม่บาลานซ์” การเริ่มต้นใหม่ด้วยจัดฟันใส Käse Aligner อาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

เพราะนอกจากจะใส มองไม่เห็นขณะพูดหรือยิ้มแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่ออกแบบให้สามารถเคลื่อนฟันได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ โดยหลายเคสไม่จำเป็นต้องถอนฟัน และที่สำคัญคือให้ผลลัพธ์ที่เห็นชัดภายในระยะเวลาอันสั้น เช่นเดียวกับเคสนี้ที่ใช้เวลาจัดฟันใสเพียง 12 เดือน หากคุณกำลังลังเล อย่ารอให้ปัญหาฟันสะสมจนยากจะแก้ไข ปรึกษาทันตแพทย์ และให้ Käse Aligner เป็นทางเลือกที่พาคุณกลับมามีรอยยิ้มที่มั่นใจอีกครั้ง

 

 

จัดฟันใส กับปัญหาที่พบบ่อย พร้อมวิธีรับมือที่ดีที่สุด

จัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันใส เป็นเทคโนโลยีทันตกรรมที่พัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เครื่องมือจัดฟันใสแทนการใช้เหล็กจัดฟันแบบดั้งเดิม เครื่องมือจัดฟันใสถูกออกแบบมาให้แนบสนิทกับฟัน สามารถถอดเข้าออกได้ และมองแทบไม่เห็นเมื่อสวมใส่ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ต้องการจัดฟันโดยไม่ให้กระทบกับบุคลิกภาพ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการจัดฟันใสจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็อาจพบกับความรู้สึกไม่สบายและความไม่สะดวกบางอย่างระหว่างการจัดฟันในช่วงแรก ๆ เนื่องจากช่องปากและฟันจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัวด้วยเช่นกัน ใครกำลังตัดสินใจจัดฟันใส เราได้รวบรวมปัญหาที่พบบ่อย และวิธีรับมือที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณสามารถจัดฟันใสได้อย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่นที่สุด

รวมปัญหาที่พบบ่อยเมื่อจัดฟันใส พร้อมวิธีรับมือที่เหมาะสม

  1. ความรู้สึกในช่วงแรกของการใส่เครื่องมือจัดฟันใส

ปัญหาที่พบบ่อย

  • รู้สึกตึงหรือเจ็บฟันเล็กน้อย เนื่องจากแรงที่ใช้ในการเคลื่อนฟัน และเครื่องมือที่ครอบอยู่บนตัวฟัน
  • รู้สึกแปลก ๆ หรือมีอาการระคายเคืองบริเวณเหงือกและกระพุ้งแก้มบ้างเล็กน้อย

วิธีรับมือ

  • อาการเจ็บ ตึง และระคายเคืองในช่วงแรกจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เมื่อช่องปากและฟันเริ่มปรับตัวให้รับกับเครื่องมือจัดฟันใสได้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพยายามไม่ถอดเครื่องมือจัดฟันใสเข้าออกบ่อยจนเกินไป
  1. ปัญหาในการใส่และถอดเครื่องมือจัดฟันใส 

ปัญหาที่พบบ่อย

  • ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่ายากหรือยังไม่คล่องเมื่อต้องใส่หรือถอดเครื่องมือจัดฟันใส
  • เครื่องมือจัดฟันใสจะแนบสนิทกับฟัน ทำให้อาจต้องใช้แรงในการถอดออก ทำให้รู้สึกกังวลว่าเครื่องมือจะหักหรือเสียหายขณะถอด

วิธีรับมือ

  • วิธีใส่เครื่องมือจัดฟันใส เริ่มจากวางเครื่องมือให้ตรงกับตำแหน่งฟัน โดยเริ่มจากฟันหน้าก่อน และค่อย ๆ กดให้ครอบฟันด้านหน้า ทำเช่นเดียวกันกับฟันด้านข้าง กดให้ครอบฟันจนถึงฟันหลังหรือฟันซี่สุดท้าย แล้วกัด Chewies โดยกัดไล่ทุกซี่เพื่อให้เครื่องมือจัดฟันใสลงล็อก ส่วนวิธีการถอดเครื่องมือจัดฟันใส ให้ใช้นิ้วเกี่ยวเครื่องมือจากขอบด้านใน แล้วค่อย ๆ ดึงตัวเครื่องมือออกมาจากตัวฟัน จะออกมาอย่างง่ายดาย ไม่แนะนำให้ถอดเครื่องมือจัดฟันใสจากด้านหน้าหรือด้านข้างเพราะอาจจะทำให้ปุ่ม Attachment ที่ติดกับตัวฟันหลุดออกมาได้ เมื่อต้องใส่และถอดเครื่องมือจัดฟันใสเป็นประจำ ก็จะทำได้คล่องขึ้นเอง 
  • หากถอดเข้า-ออกยาก จะมีตัวเกี่ยวชิ้นงานจัดฟันใสที่จะช่วยให้ถอดเครื่องมือได้ง่ายขึ้น
  1. การใส่เครื่องมือจัดฟันใสอย่างสม่ำเสมอ

ปัญหาที่พบบ่อย

  • คนไข้บางคนมักลืมใส่เครื่องมือหรือถอดเครื่องมือจัดฟันใสออกเป็นเวลานาน ทำให้ไม่สามารถใส่เครื่องมือตามคำแนะนำ 20-22 ชั่วโมงต่อวันได้
  • การละเลยไม่ใส่เครื่องมือจัดฟันใสให้ครบตามเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำอาจทำให้การรักษาล่าช้าหรือไม่ได้ผลตามแผนที่กำหนด

วิธีรับมือ

  • หลีกเลี่ยงการถอดเครื่องมือออกนานเกินความจำเป็น เช่น หลังรับประทานอาหารควรรีบใส่กลับโดยเร็ว
  • พกกล่องใส่เครื่องมือจัดฟันใสติดตัวเสมอ เพื่อลดโอกาสการลืมหรือวางเครื่องมือผิดที่ 
  • ถ้าเป็นคนขี้ลืม หลังทำความสะอาดช่องปากหรือรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องถอดเครื่องมือจัดฟันใสออก แนะนำให้ตั้งนาฬิกาปลุกหรือใช้แอปพลิเคชันช่วยเตือนให้ใส่เครื่องมือจัดฟันใส ก็อาจเป็นวิธีที่ช่วยได้

จัดฟันใส

  1. การดูแลรักษาความสะอาดของเครื่องมือจัดฟันใส

ปัญหาที่พบบ่อย

  • เครื่องมืออาจเกิดคราบเหลืองหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งเกิดจากการสะสมของคราบแบคทีเรียหากทำความสะอาดไม่ดีพอ หรือไม่ถอดเครื่องมือจัดฟันใสเมื่อรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม
  • ฟันผุหรือเหงือกอักเสบจากการไม่ดูแลความสะอาดของเครื่องมือและช่องปากอย่างเหมาะสม

วิธีรับมือ

  • แปรงฟันอย่างถูกวิธี อย่างน้อยตอนเช้าและก่อนนอน รวมไปถึงอาจใช้ไหมขัดฟันในการขจัดสิ่งตกค้างตามซอกฟันร่วมด้วย จะช่วยให้ทำความสะอาดช่องปากได้ล้ำลึกขึ้น 
  • ถอดเครื่องมือจัดฟันใสทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหาร และทำความสะอาดช่องปาก (ยกเว้นดื่มน้ำเปล่า สามารถใส่เครื่องมือจัดฟันใสได้) อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้งานเครื่องมือจัดฟันใสอีกครั้ง จะต้องทำความสะอาดอย่างถูกวิธีเสียก่อน คือ ใช้น้ำสะอาดกับแปรงสีฟันถูเบา ๆ ด้านในและด้านนอกชิ้นงาน แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หรือใช้มูสสำหรับทำความสะอาดอุปกรณ์จัดฟันใสโดยเฉพาะ จะสามารถทำความสะอาดได้ดียิ่งขึ้น
  1. ค่าใช้จ่ายของการจัดฟันใส

ปัญหาที่พบบ่อย : ค่าใช้จ่ายของการจัดฟันใสมักสูงกว่าการจัดฟันโลหะ ทั้งนี้ ราคาแต่ละคลินิกจะต่างกัน และบางที่ก็ไม่มีทางเลือกในการผ่อนชำระ รวมไปถึงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น 

วิธีรับมือ : เปรียบเทียบราคาจากคลินิกหลายแห่งก่อนตัดสินใจเลือกจัดฟันใส อย่าลืมสอบถามเกี่ยวกับแผนการผ่อนชำระที่คลินิกมีให้บริการ หากใครกำลังสนใจอยากจัดฟันใส เรามีทางเลือกที่น่าสนใจมาแนะนำ นั่นก็คือ จัดฟันใส Käse Aligner ที่มาพร้อมกับราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ โดยมีแพ็กเกจหลากหลายราคา ขึ้นอยู่กับระดับความยากง่ายของเคสการรักษา

  • 49,000 บาท สำหรับเคสที่มีปัญหาฟันเพียงเล็กน้อย สามารถเคลื่อนฟันได้แค่ฟันหน้าเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่เคยจัดฟันมาแล้ว หรือมีปัญหาฟันห่าง หรือฟันซ้อนเกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • 69,000 บาท สำหรับเคสที่ไม่ต้องถอนฟัน เหมาะสำหรับการเคลื่อนฟันทุกซี่ตั้งแต่ฟันหน้าไปจนถึงฟันหลัง
  • 89,000 บาท สำหรับเคสถอนฟัน เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาฟันซ้อนเกเยอะ ฟันยื่น รูปปากอูม หรือปัญหาขากรรไกรยื่น

ทั้งนี้ ราคาทุกแพ็กเกจจะไม่จำกัดจำนวนชิ้นงาน และราคารวมค่าอุปกรณ์จัดฟันใสเพิ่มเติมตลอดการรักษาหากยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ (**ราคาดังกล่าวเป็นราคาสำหรับชิ้นงานจัดฟันใสเท่านั้น ราคาค่าบริการอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับคลินิกพาร์ทเนอร์แต่ละแห่ง **)

แม้ว่าการจัดฟันใสจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็อาจพบปัญหาในระหว่างจัดฟันได้บ้างในช่วงแรก หากเข้าใจปัญหาเหล่านี้และมีวิธีรับมือที่ถูกต้อง จะช่วยให้การจัดฟันใสเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ การปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและมีสุขภาพช่องปากที่ดีระหว่างการรักษา

 

ฟันยื่น ปากอูม แก้ได้! จัดฟันใส Käse Aligner กับเคสถอนฟันที่ใช้เวลาจัด 2 ปี

ฟันยื่น ปากอูม

ฟันยื่นและปากอูมไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและโครงสร้างใบหน้า การ จัดฟันใส Käse Aligner เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเคสนี้!

ฟันยื่นและปากอูม เป็นปัญหาทางทันตกรรมที่มักพบควบคู่กัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในตัวเองของผู้ที่มีปัญหานี้ ฟันยื่นเกิดจากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธ์ุ โครงสร้างกระดูกขากรรไกรที่ผิดปกติ พฤติกรรมการใช้ฟัน เช่น การดูดนิ้ว หรือแม้แต่ปัญหาฟันซ้อนเกที่ทำให้ฟันไม่สามารถเรียงตัวได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ฟันยื่นยังส่งผลต่อการทำงานของฟัน เช่น การสบฟันที่ผิดปกติ การเคี้ยวอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ และปัญหาการออกเสียงบางคำ ผลกระทบที่ไม่พึ่งประสงค์เหล่านี้นำไปสู่จุดเริ่มต้นของการหาทางแก้ไขปัญหาด้วยจัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันใส Käse Aligner เพราะฟันยื่น ปากอูม ส่งผลต่อใบหน้าและความมั่นใจ

  • โครงหน้าดูไม่สมดุล : ริมฝีปากบนหรือริมฝีปากล่างยื่นออกมา ส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าด้านข้างดูไม่สมดุล
  • ทำให้ดูแก่กว่าวัย : รูปปากยื่นออกมาอย่างผิดปกติ ทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น ทำให้ดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง
  • การสบผิดปกติ : ฟันบนและฟันล่างไม่สบกันพอดี ทำให้เคี้ยวอาหารไม่มีประสิทธิภาพ และอาจเกิดการสึกหรอของฟันได้ง่ายกว่าปกติ รวมทั้งอาจเกิดปัญหาข้อต่อขากรรไกรในระยะยาว
  • ขาดความมั่นใจในการพูดและยิ้ม : รู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องพูดคุย ยิ้ม หรือถ่ายรูป เพราะโครงหน้าดูไม่สมส่วน

ทำไมการถอนฟันจึงจำเป็นสำหรับบางเคสจัดฟันใส Käse Aligner

การตัดสินใจจัดฟันใส Käse Aligner ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาฟันยื่น ปากอูม โดยในการแก้ไขปัญหานี้ การถอนฟันอาจเป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับบางเคส เพื่อให้สามารถปรับตำแหน่งฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่มีฟันยื่นออกมา และปากอูมมาก การกรอฟันเพื่อสร้างช่องว่างอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องถอนฟันเพื่อให้มีช่องว่างเพียงพอให้ถอยฟันไปข้างหลังได้ ซึ่งจะช่วยให้รูปปากยุบลงได้ เพราะหากประสบปัญหาปากอูมแล้วไม่ถอนฟัน อาจไม่มีพื้นที่เพียงพอในการเคลื่อนฟันให้เข้าที่ ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ฟันยื่น ปากอูม

จัดฟันใส Käse Aligner ร่วมกับการถอนฟัน เพื่อแก้ไขฟันยื่น ปากอูมของเคสตัวอย่างนี้ ช่วยให้ฟันเข้าที่ได้อย่างไร

  • สร้างพื้นที่สำหรับการถอยฟันไปด้านหลัง เมื่อถอนฟันแล้ว ฟันที่เหลือจะสามารถเคลื่อนที่ไปด้านหลังได้โดยไม่เบียดกัน
  • ช่วยให้รูปปากลดความอูมลง ริมฝีปากบนหรือริมฝีปากล่างมีความสมดุลมากขึ้น ทำให้รูปปากดูเป็นธรรมชาติ
  • กรณีของเคสนี้ ใช้ระยะเวลาจัดฟันใส Käse Aligner ทั้งหมด 2 ปี เพื่อให้ฟันเข้าที่และรูปปากดูสมดุล

จัดฟันใส Käse Aligner กับเคสถอนฟัน ที่ใช้เวลาจัดฟันใส 2 ปี

สำหรับเคสนี้ คนไข้มีปัญหารูปปากอูม และฟันยื่น แต่ฟันซ้อนเกไม่มาก ในกรณีนี้ ทันตแพทย์ไม่ได้ใช้เทคนิคพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม ใช้เพียงการถอนฟัน ร่วมกับชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner และปุ่ม Attachment ทำหน้าที่ช่วยควบคุมแรงและทิศทางการเคลื่อนที่ฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็สามารถเคลื่อนฟันให้เข้าที่ได้ หมดปัญหาปากอูม โดยใช้เวลาจัดฟันใส 2 ปี

มีปัญหาการเรียงตัวของฟัน ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ก็แก้ได้ด้วยจัดฟันใส Käse Aligner

จัดฟันใส Käse Aligner เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาการอย่างตัวของฟัน หนึ่งในนั้น ก็คือ ปัญหาฟันยื่นและปากอูม โดยชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner ช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น และลดระยะเวลาการจัดฟันได้ถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับการจัดฟันโลหะปกติ 

อีกทั้ง ในปัจจุบัน Käse Aligner ได้พัฒนาชิ้นงานจัดฟันใสตัวใหม่ Käse Aligner PLUS นวัตกรรมใหม่นี้สามารถแก้ไขการเรียงตัวได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม 

  • ชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner PLUS ช่วยปิดช่องว่างได้เร็วขึ้น ฟันเข้าที่เร็วขึ้น 30-40% โดยไม่ต้องรอนาน
  • ชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner PLUS ช่วยให้การปรับรูปปากให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ ปากดูเข้ารูป โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner PLUS ช่วยให้ติดปุ่ม Attachment น้อยลง แต่ยังเคลื่อนฟันได้อย่างแม่นยำเหมือนเดิม
  • ชิ้นงานจัดฟันใส Käse Aligner PLUS มีความยืดหยุ่น แนบสนิทกับฟันมากขึ้น ช่วยเคลื่อนฟันได้อย่างนุ่นนวลและเจ็บน้อยลง

หากคุณกำลังพิจารณาการจัดฟันใส Käse Aligner และต้องการแก้ปัญหาปากอูม ทางที่ดีที่สุด เราแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษากับทันตแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณ